• +66 9 5605 6264
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  • Mon - Fri 8.00 - 17.30
Image
     ✎ วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
               ✎ ให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานด้านจริยธรรมในการตีพิมพ์เผยแพร่บทความ ดังนั้นจึงกำหนดให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามหลักการและมาตรฐานด้านจริยธรรมในการตีพิมพ์อย่างเคร่งครัด ดังนี้
                       ๑. บทบาทหน้าที่ของบรรณาธิการและกองบรรณาธิการ
                           ๑.๑ บรรณาธิการและกองบรรณาธิการควรแสดงความรับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร ดังนี้
                                   ๑) ดำเนินการให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้อ่านและผู้เขียน
                                   ๒) ปรับปรุงคุณภาพวารสารอย่างสม่ำเสมอ
                                   ๓) รับรองคุณภาพของงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์
                                   ๔) สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิด
                                   ๕) คงไว้ซึ่งความถูกต้องของผลงานวิชาการ
                                   ๖) เต็มใจแก้ไขข้อผิดพลาดการตีพิมพ์  การทำให้เกิดความกระจ่าง  การถอด-ถอนบทความ และขออภัยหากจำเป็น
                           ๑.๒ หน้าที่ของบรรณาธิการและกองบรรณาธิการต่อผู้อ่าน  บรรณาธิการควรแจ้งให้ผู้อ่านทราบเกี่ยวกับผู้ให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยและบทบาทของผู้ให้ทุนวิจัยในการทำวิจัยนั้น ๆ
                           ๑.๓ หน้าที่ของบรรณาธิการและกองบรรณาธิการต่อผู้เขียน
                                   ๑) ดำเนินการพิจารณาและตรวจสอบทุกบทความที่ส่งมาเพื่อพิจารณาตีพิมพ์กับวารสารทุกบทความ  โดยพิจารณาความสอดคล้องของเนื้อหาในบทความกับเป้าหมายและขอบเขตของวารสารรวมถึงตรวจสอบคุณภาพบทความในกระบวนการประเมินคุณภาพบทความก่อนการตีพิมพ์
                                   ๒) ต้องใช้หลักการพิจารณาบทความโดยอิงเหตุผลทางวิชาการเป็นหลักและต้องไม่มีอคติต่อผู้วิจัยและบทความที่พิจารณาไม่ว่าด้วยกรณีใด
                                   ๓) การตัดสินใจของบรรณาธิการและกองบรรณาธิการต่อการยอมรับหรือปฏิเสธบทความเพื่อการตีพิมพ์ขึ้นอยู่กับความสำคัญ  ความใหม่  ความถูกต้องและความชัดเจนของการตีพิมพ์บทความรวมทั้งความเกี่ยวข้องกับขอบเขตของวารสารที่ได้กำหนดไว้
                                   ๔) ควรมีการชี้แจงหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบและการประเมินบทความ (Peer review) นอกจากนี้ ควรมีการชี้แจงความเบี่ยงเบนต่าง ๆ จากกระบวนการตรวจสอบและการประเมินบทความที่ได้กำหนดไว้
                                   ๕) ต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้วิจัยหรือผู้ทรงคุณวุฒิไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์ในเชิงธุรกิจหรือนำไปเป็นผลงานทางวิชาการของตนเอง
                                   ๖) ต้องไม่ปิดกั้น เปลี่ยนแปลงหรือแทรกแซงข้อมูลที่ใช้แลกเปลี่ยนระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิและผู้วิจัย
                                   ๗) ต้องปฏิบัติตามกระบวนการและขั้นตอนต่าง ๆ ของวารสารอย่างเคร่งครัด
                                   ๘) ควรจัดพิมพ์คำแนะนำแก่ผู้เขียนในทุกประเด็นที่บรรณาธิการและกองบรรณาธิการคาดหวังในทุกเรื่องที่ผู้เขียนควรทราบและควรมีการปรับปรุงคำแนะนำให้ทันสมัยอยู่เสมอพร้อมทั้งควรมีการอ้างอิงหรือการเชื่อมโยงกับระเบียบดังกล่าวนี้ด้วย
                                  ๙) ไม่ควรเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจในการตอบรับบทความที่ถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ไปแล้ว  ยกเว้นมีปัญหาร้ายแรงเกิดขึ้นในระหว่างการส่งบทความมารับการพิจารณา
                                ๑๐) บรรณาธิการและกองบรรณาธิการใหม่ไม่สามารถกลับคำตัดสินใจในการตอบรับบทความที่บรรณาธิการและกองบรรณาธิการเดิมปฏิเสธไปแล้ว  ยกเว้นมีการพิสูจน์ถึงปัญหาร้ายแรงที่เกิดขึ้น
                          ๑.๔ หน้าที่ของบรรณาธิการและกองบรรณาธิการต่อผู้ประเมินบทความ
                                   ๑) ควรจัดพิมพ์คำแนะนำแก่ผู้ประเมินบทความในทุกประเด็นที่บรรณาธิการและกองบรรณาธิการคาดหวังและควรมีการปรับปรุงคำแนะนำให้ทันสมัยอยู่เสมอพร้อมทั้งควรมีการอ้างอิงหรือการเชื่อมโยงกับระเบียบ
ดังกล่าวนี้ด้วย
                                   ๒) ควรมีระบบปกป้องข้อมูลของผู้ประเมิน
                          ๑.๕ หน้าที่ของบรรณาธิการและกองบรรณาธิการในการพิจารณาประเมินบทความ  มีระบบที่ทำให้มั่นใจได้ว่าบทความที่ส่งเข้ามาเพื่อรับพิจารณาตีพิมพ์จะได้รับการปกปิดเป็นความลับในระหว่างขั้นตอนการพิจารณา
                          ๑.๖ หน้าที่ของบรรณาธิการและกองบรรณาธิการกับข้อร้องเรียน
                                   ๑) ควรดำเนินการตามแผนผังการทำงาน
                                   ๒) ควรมีการตอบกลับคำร้องเรียนในทันทีและควรแสดงให้ผู้ร้องเรียนมั่นใจได้ว่าสามารถร้องเรียนได้อีกหากยังไม่พอใจ
                          ๑.๗ หน้าที่ของบรรณาธิการและกองบรรณาธิการกับการสนับสนุนการอภิปราย
                                   ๑) ควรมีการเปิดเผยคำวิจารณ์บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร  ยกเว้นบรรณาธิการจะมีเหตุผลอื่นที่ดีเพียงพอในการไม่เปิดเผยคำวิจารณ์นั้น
                                   ๒) ควรเปิดเผยให้ผู้เขียนบทความที่มีคนอื่นวิจารณ์ให้สามารถชี้แจงตอบกลับได้ นอกจากนี้การศึกษาวิจัยที่มีผลขัดแย้งกับบทความวิจัยที่มีการตีพิมพ์แล้วก็ควรได้รับโอกาสนี้เช่นกัน
                                   ๓) การศึกษาวิจัยที่มีการรายงานผลการวิจัยในด้านลบก็ควรรวมไว้ในบทความด้วย ไม่ควรตัดส่วนนี้ออกไป
                          ๑.๘ หน้าที่ของบรรณาธิการและกองบรรณาธิการในการสนับสนุนความถูกต้องทางวิชาการ
                                   ๑) ควรทำให้เกิดความมั่นใจว่ารายละเอียดทุกส่วนในบทความวิจัยที่มีการตีพิมพ์ในวารสาร ต้องเป็นไปตามหลักจริยธรรมสากลที่ได้รับการยอมรับ
                                   ๒) ควรหาหลักฐานเพื่อให้มั่นใจว่างานวิชาการทุกชิ้นที่จะตีพิมพ์นั้นได้รับการอนุมัติและเห็นชอบโดยคณะบุคคลที่มีอำนาจ (เช่น คณะกรรมการทางจริยธรรมด้านงานวิจัยหรือคณะกรรมการพิจารณาบทความวิชาการของสถาบัน เป็นต้น) อย่างไรก็ตาม บรรณาธิการและกองบรรณาธิการควรระลึกไว้เสมอว่าการพิจารณาอนุมัตินั้น  ไม่ได้เป็นการรับประกันว่างานวิชาการนั้นถูกต้องตามหลักจริยธรรมเสมอไป
                           ๑.๙ หน้าที่ของบรรณาธิการและกองบรรณาธิการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  ควรปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นความลับ  อย่างไรก็ตามบรรณาธิการสามารถตีพิมพ์บทความนั้นได้โดยไม่ต้องมีเอกสารยินยอมหากบทความนั้นมีความสำคัญต่อสุขภาพของคนทั่วไป  (หรือมีความสำคัญในบางเรื่อง)  หรือมีความยากลำบากในการได้มาซึ่งเอกสารยินยอมและบุคคลผู้นั้นไม่คัดค้านต่อการตีพิมพ์เผยแพร่ (จักต้องมีการปฏิบัติตามเงื่อนไขสามประการดังกล่าว)
                      ๒. การติดตามความประพฤติมิชอบ
                           ๒.๑ มีหน้าที่ติดตามความประพฤติมิชอบในกรณีเกิดข้อสงสัย  ซึ่งรวมถึงบทความวิชาการและบทความวิจัยทั้งได้รับการตีพิมพ์และยังไม่ได้รับการตีพิมพ์
                           ๒.๒ ไม่ควรปฏิเสธบทความที่มิชอบในทันทีทันใด  บรรณาธิการมีหน้าที่ต้องติดตามบทความที่ถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบเพื่อหาข้อเท็จจริง
                           ๒.๓ บรรณาธิการควรแสวงหาคำตอบจากบุคคลผู้ที่ถูกกล่าวหาก่อนแต่หากยังไม่พอใจต่อคำตอบที่ได้รับให้สอบถามหัวหน้าหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้อง (ซึ่งในบางครั้งอาจเป็นหน่วยงานที่ออกกฎระเบียบ) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
                      ๓. บทบาทหน้าที่ของผู้เขียน
                           ๓.๑ บทความที่ผู้เขียนส่งมาเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารต้องเป็นบทความที่ไม่เคยตีพิมพ์หรือเผยแพร่ที่ใดมาก่อน
                           ๓.๒ ผู้วิจัยต้องทำการอ้างอิงให้ถูกต้องทุกครั้งเมื่อนำผลงานของผู้อื่นมานำเสนอหรืออ้างอิงประกอบในเนื้อหาบทความของตนเองและต้องไม่คัดลอกผลงานของผู้อื่น
                           ๓.๓ หากผลงานทางวิชาการของผู้เขียนเกี่ยวข้องกับการใช้สัตว์  ผู้เข้าร่วม หรืออาสาสมัครหรือผลการวิจัยมีประเด็นที่เปราะบางต่อผู้ให้ข้อมูลผู้วิจัยควรดำเนินการตามหลักจริยธรรมปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดรวมถึงต้องได้รับความยินยอมก่อนการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลหรือแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์หรือในสัตว์ทดลองประกอบด้วยทุกครั้ง
                           ๓.๔ ผู้เขียนต้องยินยอมโอนลิขสิทธิ์ให้แก่วารสารก่อนการตีพิมพ์และไม่นำผลงานไปเผยแพร่หรือตีพิมพ์กับแหล่งอื่น ๆ หลังจากที่ได้รับการตีพิมพ์กับวารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามแล้ว
                           ๓.๕ ชื่อผู้เขียนที่ปรากฏในบทความต้องเป็นผู้ที่มีส่วนในบทความนั้น ๆ จริง
                      ๔. บทบาทหน้าที่ของผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความ
                           ๔.๑ ต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้เขียนการพิจารณาคุณภาพของบทความต้องคำนึงถึงคุณภาพบทความเป็นหลักและพิจารณาบนหลักการและเหตุผลทางวิชาการโดยปราศจากอคติหรือความขัดแย้งส่วนตัว
                           ๔.๒ ต้องตระหนักว่าตนเองเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาของบทความที่รับประเมินอย่างแท้จริง
                           ๔.๓ ไม่แสวงหาประโยชน์จากบทความที่ตนเองได้ทำการประเมิน
                           ๔.๔ หากผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบพบว่าบทความที่รับประเมินเป็นบทความที่คัดลอกผลงานชิ้นอื่น ๆ
ผู้ทรงคุณวุฒิต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบทันทีพร้อมแสดงหลักฐานประกอบที่ชัดเจน
                           ๔.๕ ต้องรักษาระยะเวลาประเมินตามกรอบเวลาประเมินที่วารสารกำหนดรวมถึงไม่เปิดเผยข้อมูลของบทความให้ผู้ที่อื่นได้รับรู้
                      ๕. การรับรองความถูกต้องของผลงานทางวิชาการ
                           ๕.๑ เมื่อมีการรับรู้ว่ามีความไม่ถูกต้องเกิดขึ้น  บทความวิชาการที่ตีพิมพ์แล้ว รวมถึงมีประโยคที่นำไปสู่การเข้าใจผิดหรือเป็นรายงานที่บิดเบือนข้อเท็จจริง  บรรณาธิการต้องแก้ไขโดยทันทีและชัดเจน
                           ๕.๒ หากปรากฏการประพฤติทุจริตภายหลังการดำเนินการตรวจสอบแล้ว  บรรณาธิการต้องดำเนินการเพิกถอนบทความนั้นด้วยความชัดเจนที่จะสามารถพิสูจน์ได้ ทั้งนี้การเพิกถอนนี้ต้องให้ผู้อ่านและระบบฐานข้อมูลอื่น ๆ ทราบด้วย
                      ๖. ความสัมพันธ์กับเจ้าของวารสารและสำนักพิมพ์  บรรณาธิการพิจารณาตัดสินใจเกี่ยวกับการรับบทความเพื่อตีพิมพ์โดยยึดคุณภาพและความเหมาะสมกับผู้อ่านมากกว่าผลตอบแทนทางการเงินหรือการเมือง
                      ๗. ประเด็นพิจารณาที่เกี่ยวข้องในเชิงพาณิชย์
                           ๗.๑ ควรประกาศนโยบายด้านการโฆษณาที่เน้นเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระของวารสาร และในการตีพิมพ์ส่วนเสริมหรือเพิ่มเติมใด ๆ ของวารสาร
                           ๗.๒ บรรณาธิการต้องไม่ตีพิมพ์การโฆษณาที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
                           ๗.๓ ในการนำบทความเดิมมาตีพิมพ์ใหม่  ต้องให้คงลักษณะเดิมทุกประการยกเว้นหากจะมีการเพิ่มเติมส่วนที่แก้ไข


 ประกาศ ณ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยโท ณัฏฐชัย  จันทชุม
บรรณาธิการ