• +66 9 5605 6264
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  • Mon - Fri 8.00 - 17.30
Image

Guidelines for Manuscript Preparation and Submission

             กองบรรณาธิการ  วารสารครุศาสตร์  ซึ่งเป็นวารสารฉบับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้รับผลงานเกี่ยวกับบทความวิชาการ บทความวิจัย หรือบทวิจารณ์หนังสือในสาขาศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้องจากทุกท่านทุกหน่วยงาน เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารครุศาสตร์ โดยบทความต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกอย่างน้อยบทความละ 2 ท่าน  เพื่อความสะดวกในการพิจารณา  จึงขอแนะนำแนวทางการเตรียมต้นฉบับและการส่งต้นฉบับ  ดังนี้ 

ประเภทของบทความ
             1.  บทความวิชาการ  (Academic article)  หมายถึง  บทความที่เขียนขึ้นในลักษณะวิเคราะห์ วิจารณ์  หรือเสนอแนวคิดใหม่ ๆ จากพื้นฐานวิชาการที่ได้เรียบเรียงมาจากผลงานทางวิชาการของตนเองหรือของผู้อื่น หรือเป็นบทความทางวิชาการที่เขียนขึ้นเพื่อเป็นความรู้สำหรับผู้สนใจทั่วไป  กล่าวถึงความเป็นมาของปัญหา  วัตถุประสงค์  แนวทางการแก้ไขปัญหา  มีการใช้แนวคิดทฤษฎี  ผลงานวิจัยจากแหล่งข้อมูล  สรุป  เช่น  หนังสือ  วารสารวิชาการ  อินเตอร์เน็ต  ประกอบการวิเคราะห์วิจารณ์  เสนอแนวทางการแก้ไข ประกอบด้วย
                   1.1    ชื่อเรื่อง (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)

                   1.2   ผู้แต่ง  (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) (ให้ทำเชิงอรรถไว้ท้ายของหน้าแรกเท่านั้น ประกอบด้วย ตำแหน่งสังกัดภาควิชา/สาขาวิชา/แผนก คณะ สถาบัน และระบุจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้นิพนธ์ ในกรณีที่มีผู้ร่วมนิพนธ์หลายท่านให้ระบุจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้นิพนธ์หลักเท่านั้น)
                   1.3   บทคัดย่อ (สรุปเนื้อหาโดยภาพรวม ผู้นิพนธ์ควรเขียนในลักษณะมุ่งประเด็นสำคัญ  นำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ที่มีความชัดเจน ไม่ซับซ้อน และเป็นประโยชน์ต่อสังคมและหรือแวดวงการศึกษาอย่างไร)
                   1.4   บทนำ 
                   1.5   เนื้อหา
                   1.6   บทสรุป
                   1.7   เอกสารอ้างอิง
               2.  บทความวิจัย (Research article) หมายถึง  เป็นการนำเสนอผลการวิจัยอย่างเป็นระบบ  กล่าวถึงความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา  วัตถุประสงค์  การดำเนินการวิจัย  ผลการวิจัย  สรุปและอภิปรายผล
                   บทความวิจัยประกอบด้วย  หน้าที่เป็นชื่อเรื่อง  บทคัดย่อ  และเนื้อหาของบทความ  ในส่วนหน้าที่เป็นชื่อเรื่องควรมีข้อมูลตามลำดับดังนี้ 
                   2.1   ชื่อเรื่อง  (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)

                   2.2   ชื่อผู้นิพนธ์  (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
                   2.3   ทำเชิงอรรถ สังกัด  (ภาควิชา  คณะ  สถาบัน) หรือในกรณีที่เป็นนักศึกษา  ควรมีรายละเอียด  เช่น  หลักสูตร  สาขา  มหาวิทยาลัย  คณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์  และวุฒิการศึกษาของคณะกรรมการ
                   2.4   บทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษต้องระบุถึงความสำคัญของเรื่อง  วัตถุประสงค์  วิธีการวิจัย  (ประชากร  กลุ่มตัวอย่าง  กลุ่มเป้าหมายหรือผู้ให้ข้อมูลและวิธีการสุ่ม  เครื่องมือ  และสถิติที่ใช้ในการวิจัย)  ผลการวิจัย  สรุปและอภิปรายผล  ความยาวไม่เกิน  250  คำ
                   2.5   ในกรณีที่ต้นฉบับเป็นภาษาไทย  ให้ผู้นิพนธ์เขียนบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  ระบุคำสำคัญของเรื่อง  (keywords)  จำนวนไม่เกิน  5  คำ
                   2.6   บทนำ
                   2.7   วัตถุประสงค์
                   2.8   สมมติฐาน (ถ้ามี)
                   2.9   วิธีดำเนินการวิจัย ประกอบด้วย การกำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง กรอบแนวคิด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล (ข้อมูลสถิติที่ใช้ในการวิจัยในระบุไว้ในส่วนการวิเคราะห์ข้อมูล)
                   2.10  ผลการวิจัย
                   2.11  อภิปรายผล ให้ชี้แจงว่าผลการศึกษาตรงกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย หรือแตกต่างไปจากผลงานที่มีผู้รายงานไว้ก่อนหรือไม่ อย่างไร เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ที่สำคัญจะต้องมีการสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยบนพื้นฐานการอ้างอิงที่เชื่อถือได้ และให้จบด้วยข้อเสนอแนะที่จะนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ หรือทิ้งประเด็นคำถามการวิจัย ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการวิจัยต่อไป (ในกรณีที่เป็นวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระให้มีกิตติกรรมประกาศหรือคำขอบคุณลงท้ายบทความ)
                   2.12  ตาราง รูปภาพ และแผนภูมิ ควรคัดเลือกเฉพาะที่จำเป็น และต้องมีคำอธิบายสั้น ๆ และสื่อความหมายได้สาระครบถ้วน ในกรณีที่เป็นตาราง รูปภาพหรือแผนภูมิ กำหนดให้ชื่อของตารางต้องอยู่ด้านบนและคำอธิบายอยู่ด้านล่าง  ตัวอย่างเช่น การระบุคำในชื่อของตาราง อาทิ ตารางที่ 1 ค่าความถี่...., ภาพประกอบ 1 การจัดกิจกรรม....หรือ แผนภูมิ 1 การจำแนกสถิติ..... เป็นต้น
                   2.13  เอกสารอ้างอิง สำหรับการพิมพ์เอกสารอ้างอิง กำหนดให้ใช้รูปแบบการเขียนอ้างอิงเป็นแบบ APA (American Psychological Association version 6th edition) ทั้งเอกสารอ้างอิงที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีหลักการทั่วไป คือ เอกสารอ้างอิงต้องเป็นที่ถูกตีพิมพ์และได้รับการยอมรับทางวิชาการเรียบร้อยเสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้บทคัดย่อ  ต้องไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล และไม่ใช่บทความที่อยู่ในระหว่างการรอตีพิมพ์
             เนื้อหาของบทความ ให้เริ่มต้นจากบทนำโดยมีความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ และสมมติฐานของงานวิจัย วิธีการดำเนินการวิจัย ประกอบด้วย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง กรอบแนวคิด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล  ผลการวิจัย  สรุปและอภิปรายผลการวิจัย และกิตติกรรมประกาศ  (ถ้ามี)  เทคนิคและวิธีการทั่วไปให้อธิบายไว้ในส่วนวัสดุอุปกรณ์และวิธีการดำเนินการวิจัย  ผลการทดลองต่าง ๆ  ให้อธิบายไว้ในส่วนผลการวิจัย การสรุปผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์  การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลการทดลองกับงานของผู้อื่นให้เขียนไว้ในส่วนสรุปและอภิปรายผล 

----------------------------------------------------------------
Guidelines for Manuscript Preparation and Submission

The editorial team of Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University, The journal of Humanities and Social Sciences is pleased and greatly honored to receive the work of any prescribed academic, research articles in the fields of education and book review and related fields from everyone and every agency for getting published in  Journal of Education provided that it passes an evaluation by 2 qualified persons outside at least per article. For the convenience of the editors in manuscript consideration, manuscripts should be prepared and submitted using the following guidelines:
Types of Articles
          1.  Academic Articles
               An academic article is characterized by a scholarly analysis of the topic, a proposal of a new concept gained by an academic background collected from one’s own or others’ academic work, an article written to give knowledge to interested persons. An academic article addresses the statement of problems, purposes and recommendations. It provides an analysis based on the ground of a theoretical framework, research work and conclusions from sources, such as books, academic journals, the Internet, etc. An academic article also suggests guidelines for problem solving.
          2.  Research Articles
                A research article is a systematic report of the results of a research study. It addresses the statement and significance of the problems, the purpose of the research and the research methodology.
                A research article contains the title page, abstract and the contents of the article. The title page should include the following data consecutively: title, author, department, faculty and university. In case the author is a student, the following details should be included: degree program, major, university, advisory committee and the educational qualifications of the advisory committee.
                The abstract includes the significance of the study, research methodology (population, sample, target group, informant and sampling, tools and statistics used in the research), research results and conclusion. The abstract must not exceed 250 words in length. In case of a Thai manuscript, the author has to write the abstract both in Thai and English. The author also has to specify not more than 5 keywords.
                 For the contents of the article, start with the introduction chapter, which includes the statement and significance of the problems, the purpose and the hypothesis of the research followed by the research methodology including population and sample, tools, data collection and data analysis. The contents also include the results of the study, discussion, conclusion and acknowledgments (if any). Techniques and general methods should be explained in the materials and methodology sections. Results of experiments should be explained in the research results section. A comparative analysis of the results of an experiment and other researchers’ work should be written in the discussion section. The conclusion of the research study according to the purpose(s) should be written in the conclusion section.
         3.  Book Review
              Consider a detailed story format and writing about the advantages and disadvantages given the guidance to the readers know the value of that book. 
              The contents of a review article contain the introduction to address the interesting issue of the article before leading to each sub-issue of the contents and the conclusion to make a point. A review article also contains the recommendations for the audience to further consider other interesting issues.
              The author should check the contents that are relevant to the article thoroughly, especially the newest contents. A review article has to present the interesting development of a topic. The information presented must not be specifically directed to the audience in the field, but it has to be directed to a wider audience in other fields or understandable to advanced students.

Manuscript Preparation
           1.  For the Thai manuscript, the components of the research article or the review article have to follow these manuscript preparation guidelines. For Thai usage, follow the rules of The Royal Institute of Thailand for vocabulary and terminology usage. Avoid writing mixed Thai and English if not necessary. If necessary, write the Thai word followed by the English word in brackets by capitalizing the first letter of the first word and typing the rest using lower case letters. Capitalize the first letter of proper names. In case the same Thai words followed by the English words in brackets appear at several places in an article, write both Thai and English words the first time only; further use of the word should be the Thai word.
           2.  Type the article using Microsoft Office Word. Text is required to be single spaced on A 4 (8.5” x 11”) paper with 1 inch margins on all sides. The text must be in two-columns format and single-sided. Number pages consecutively.
           3.  For both Thai and English fonts, use the following formatting guidelines:
                3.1  Use 18 point TH Niramit AS font for the title.
                3.2  Use 16 point TH Niramit AS font for the name of the author and main topics.
                3.3  Use 14 point TH Niramit AS font for the sub-topics.
                3.4  Use 14 point TH Niramit AS font for all boldface.
                3.5  Use 12 point TH Niramit AS font for the academic title and the address of the author that are typed at the footnote of the first page.  
           4.  The length of the article should not be more than 12 pages long (including tables, illustrations and references). 
           5.  Tables, pictures, figures, diagrams and graphs can be inserted in the contents of the article in black and white or in color. Insert only the necessary ones and number them consecutively according to the contents. The names of the tables have to be typed above the tables. The names of the pictures, diagrams and graphs have to be typed below them with a brief and complete caption.  The image files have to be separated from the manuscript and attached as .jpg or .gif files. 
           6.  For the reference, use the American Psycological Association in version 6th edition following upper the menuscrip ---> GUIDELINES. 
           7.  The academic work sent to be considered for publication has not been previously published elsewhere and has not been under the consideration by any other journal.  
           8.  In sending the manuscript, the author of article can send at https://joe-edu.rmu.ac.th/ or at rmuedu.joe@gmail.com. For more information, an inquiry can be made at Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University, Thailand. The Specail Professional Boonthin Atthakorn Building, First Floor, Office of the Academic and Educational Assurance, Rajabhat Maha Sarakham University, 80, Nakonsawan Road, Talad sub-district, Mueang Maha Sarakham district, Maha Sarakham province, 44000.  Tel. (+66)9-2557-4674 (Thailand).

Image
0057059
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
141
52
608
563
1189
53689
57059

Your IP: 52.91.0.112
2022-01-16 22:14:37